บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่
4
ประจำวัน ศุกร์
ที่ 27
เดือน มกราคม พ.ศ.
2560
ความรู้ที่ได้รับ
ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
( ต่อ )
3. เด็กที่บกพร่องทางการเห็น
(Children with Visual Impairments)
- เด็กที่มองไม่เห็นหรือพอเห็นแสง
เห็นเลือนราง
- มีความบกพร่องทางสายตาทั้งสองข้าง
- สามารถเห็นได้ไม่ถึง
1/10 ของคนสายตาปกติ
- มีลานสายตากว้างไม่เกิน
30 องศา
จำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ
เด็กตาบอด และ เด็กตาบอดไม่สนิท
เด็กตาบอด
- เด็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้เลย หรือมองเห็นบ้าง
- ต้องใช้ประสาทสัมผัสอื่นในการเรียนรู้
- มีสายตาข้างดีมองเห็นได้ในระยะ 6/60 , 20/200 ลงมาจนถึงบอดสนิท
- มีลานสายตาโดยเฉลี่ยอย่างสูงสุดแคบกว่า 5 องศา
- เด็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้เลย หรือมองเห็นบ้าง
- ต้องใช้ประสาทสัมผัสอื่นในการเรียนรู้
- มีสายตาข้างดีมองเห็นได้ในระยะ 6/60 , 20/200 ลงมาจนถึงบอดสนิท
- มีลานสายตาโดยเฉลี่ยอย่างสูงสุดแคบกว่า 5 องศา
เด็กตาบอดไม่สนิท
- เด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา
- สามารถมองเห็นบ้างแต่ไม่เท่ากับเด็กปกติ
- เมื่อทดสอบสายตาข้างดีจะอยู่ในระดับ 6/18, 20/60, 6/60, 20/200 หรือน้อยกว่านั้น
- มีลานสายตาโดยเฉลี่ยอย่างสูงสุดกว้างไม่เกิน 30 องศา
- เด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา
- สามารถมองเห็นบ้างแต่ไม่เท่ากับเด็กปกติ
- เมื่อทดสอบสายตาข้างดีจะอยู่ในระดับ 6/18, 20/60, 6/60, 20/200 หรือน้อยกว่านั้น
- มีลานสายตาโดยเฉลี่ยอย่างสูงสุดกว้างไม่เกิน 30 องศา
ลักษณะของเด็กบกพร่องทางการเห็น
• เดินงุ่มง่าม ชนและสะดุดวัตถุ
• มองเห็นสีผิดไปจากปกติ
• มักบ่นว่าปวดศีรษะ คลื่นไส้ ตาลาย คันตา
• ก้มศีรษะชิดกับงาน หรือของเล่นที่วางอยู่ตรงหน้า
• เพ่งตา หรี่ตา หรือปิดตาข้างหนึ่ง เมื่อใช้สายตา
• ตาและมือไม่สัมพันธ์กัน
• มีความลำบากในการจำ และแยกแยะสิ่งที่เป็นรูปร่างทางเรขาคณิต
4.
เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา
(Children
with Speech and Language Disorders)
เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูด
หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องซึ่งเกิดจากการพูดผิดปกติ ในด้านความชัดเจนในการปรับปรุงแต่งระดับและคุณภาพของเสียง จังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด
หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องซึ่งเกิดจากการพูดผิดปกติ ในด้านความชัดเจนในการปรับปรุงแต่งระดับและคุณภาพของเสียง จังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด
1. ความบกพร่องในด้านการปรุงเสียง (Articulator Disorders)
-
เสียงบางส่วนของคำขาดหายไป
"ความ" เป็น "คาม"
-
ออกเสียงของตัวอื่นแทนตัวที่ถูกต้อง
"กิน" "จิน" กวาด ฟาด
-
เพิ่มเสียงที่ไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องลงไปด้วย
"หกล้ม" เป็น "หก-กะ-ล้ม"
-
เสียงเพี้ยนหรือแปล่ง
"แล้ว" เป็น "แล่ว"
2. ความบกพร่องของจังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด (speech Flow
Disorders)
-
พูดไม่ถูกตามลำดับขั้นตอน
ไม่เป็นไปตามโครงสร้างของภาษา
-
การเว้นวรรคตอนไม่ถูกต้อง
-
อัตราการพูดเร็วหรือช้าเกินไป
-
จังหวะของเสียงพูดผิดปกติ
-
เสียงพูดขาดความต่อเนื่อง
สละสลวย
3. ความบกพร่องของเสียงพูด (Voice Disorders)
-
ความบกพร่องของระดับเสียง
-
เสียงดังหรือค่อยเกินไป
-
คุณภาพของเสียงไม่ดี
ความบกพร่องทางภาษา
หมายถึง การขาดความสามารถที่จะเข้าใจความหมายของคำพูด และ/หรือไม่สามารถแสดงความคิดออกมาเป็นถ้อยคำได้
1.
การพัฒนาการทางภาษาช้ากว่าวัย
(Delayed Language)
-
มีความยากลำบากในการใช้ภาษา
-
มีความผิดปกติของไวยากรณ์และโครงสร้างของประโยค
-
ไม่สามารถสร้างประโยคได้
-
มีความบกพร่องทางเชาว์ปัญญา
อารมณ์ สมองผิดปกติ
-
ภาษาที่ใช้เป็นภาษาห้วน
ๆ
2.
ความผิดปกติทางการพูดและภาษาอันเนื่องมาจากพยาธิสภาพที่สมอง
โดยทั่วไปเรียกว่า Dysphasia หรือ aphasia
-
อ่านไม่ออก (alexia)
-
เขียนไม่ได้ (agraphia )
-
สะกดคำไม่ได้
-
ใช้ภาษาสับสนยุ่งเหยิง
-
จำคำหรือประโยคไม่ได้
-
ไม่เข้าใจคำสั่ง
-
พูดตามหรือบอกชื่อสิ่งของไม่ได้
Gerstmann’s syndrome
-
ไม่รู้ชื่อนิ้ว (finger agnosia)
-
ไม่รู้ซ้ายขวา (allochiria)
-
คำนวณไม่ได้ (acalculia)
-
เขียนไม่ได้ (agraphia)
-
อ่านไม่ออก (alexia)
ลักษณะของเด็กบกพร่องทางการพูดและภาษา
•
ในวัยทารกมักเงียบผิดธรรมชาติ ร้องไห้เบา ๆ
และอ่อนแรง
•
ไม่อ้อแอ้ภายในอายุ 10 เดือน
•
ไม่พูดภายในอายุ 2 ขวบ
•
หลัง 3 ขวบแล้วภาษาพูดของเด็กก็ยังฟังเข้าใจยาก
•
ออกเสียงตัวสะกดไม่ได้
•
หลัง 5 ขวบ เด็กยังคงใช้ภาษาที่เป็นประโยคไม่สมบูรณ์ในระดับประถมศึกษา
•
มีปัญหาในการสื่อความหมาย พูดตะกุกตะกัก
•
ใช้ท่าทางในการสื่อความหมาย
5. เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
(Children with
Physical and Health Impairments)
-
เด็กที่มีอวัยวะไม่สมส่วน
-
อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งหายไป
-
เจ็บป่วยเรื้อรังรุนแรง
-
มีปัญหาทางระบบประสาท
-
มีความลำบากในการเคลื่อนไหว
โรคลมชัก (Epilepsy)
•
เป็นลักษณะอาการที่เกิดเนื่องมาจากความผิดปกติของระบบสมอง
•
มีกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติและมากเกินปล่อยออกมาจากเซลล์สมองพร้อมกัน
1.การชักในช่วงเวลาสั้น
ๆ (Petit Mal)
•
อาการเหม่อนิ่งเป็นเวลา 5-10วินาที
•
มีการกระพริบตาหรืออาจมีเคี้ยวปาก
•
เมื่อเกิดอาการชักเด็กจะหยุดชะงักในท่าก่อนชัก
•
เด็กจะนั่งเฉย หรือเด็กอาจจะตัวสั่นเล็กน้อย
2.การชักแบบรุนแรง
(Grand Mal)
เมื่อเกิดอาการชัก เด็กจะส่งเสียง หมดความรู้สึก
ล้มลง กล้ามเนื้อเกร็ง เกิดขึ้นราว 2-5 นาที จากนั้นจะหาย และนอนหลับไปชั่วครู
3.อาการชักแบบ (Partial Complex)
•
มีอาการประมาณไม่เกิน 3 นาที
•
เหม่อนิ่ง
•
เหมือนรู้สึกตัวแต่ไม่รับรู้และไม่ตอบสนองต่อคำพูด
•
หลังชักอาจจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้
และต้องการนอนพัก
4.อาการไม่รู้สึกตัว
(Focal Partial)
เป็นอาการที่เกิดขึ้นในระยะสั้น เด็กไม่รู้สึกตัว
อาจทำอะไรบางอย่างโดยที่ตัวเองไม่รู้ เช่น ร้องเพลง ดึงเสื้อผ้า เดินเหม่อลอย
แต่ไม่มีอาการชัก
5.ลมบ้าหมู (Grand Mal)
เมื่อเกิดอาการชักจะทำให้หมดสติ
และหมดความรู้สึกในขณะชักกล้ามเนื้อเกร็งหรือแขนขากระตุก กัด
การปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน
ในกรณีเด็กมีอาการชัก
•
จับเด็กนอนตะแคงขวาบนพื้นราบที่ไม่มีของแข็ง
•
ไม่จับยึดตัวเด็กขณะชัก
•
หาหมอนหรือสิ่งนุ่มๆรองศีรษะ
•
ดูดน้ำลาย เสมหะ เศษอาหารออกจากปาก
เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง
•
จัดเสื้อผ้าเด็กให้หลวม
•
ห้ามนำวัตถุใดๆใส่ในปาก
•
ทำการช่วยหายใจโดยวิธีการเป่าปากหากเด็กหยุดหายใจ
ซี.พี. (Cerebral Palsy)
•
การเป็นอัมพาตเนื่องจากระบบประสาทสมองพิการ
หรือเป็นผลมาจากสมองที่กำลังพัฒนาถูกทำลายก่อนคลอด ระหว่างคลอด หรือหลังคลอด
•
การเคลื่อนไหว การพูด พัฒนาการล่าช้า เด็กซีพี มีความบกพร่องที่เกิดจากส่วนต่าง
ๆ ของสมองแตกต่างกัน
1.กลุ่มแข็งเกร็ง
(spastic)
•
spastic
hemiplegia อัมพาตครึ่งซีก
•
spastic
diplegia อัมพาตครึ่งท่อนบน
•
spastic
paraplegiaอัมพาตครึ่งท่อนบน
•
spastic
quadriplegia อัมพาตทั้งตัว
2.กลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเอง
(athetoid ,
ataxia)
•
athetoid
อาการขยุกขยิกช้า
ๆ หรือเคลื่อนไหวเร็วๆที่เท้า แขน มือ หรือที่ใบหน้าของ เด็กบางรายอาจมีคอเอียง
ปากเบี้ยวร่วมด้วย
•
ataxia
มีความผิดปกติในการทรงตัวของร่างกาย
กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน
3. กลุ่มอาการแบบผสม
(Mixed)
3.1กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Muscular Distrophy)
-
เกิดจากเส้นประสาทสมองที่ควบคุมกล้ามเนื้อส่วนนั้น
ๆ เสื่อมสลายตัว
-
เดินไม่ได้ นั่งไม่ได้ นอนอยู่กับที่
-
จะมีความพิการซ้อนในระยะหลัง คือ ความจำแย่ลง
สติปัญญาเสื่อม
3.2โรคทางระบบกระดูกกล้ามเนื้อ
(Orthopedic)
ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการแต่กำเนิด
เช่น เท้าปุก (Club Foot)กระดูกข้อสะโพกเคลื่อน
อัมพาตครึ่งท่อนเนื่องจากกระดูกไขสันหลังส่วนล่างไม่ติด (Spina Bifida)
•
ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการด้วยโรคติดเชื้อ (Infection)
เช่น วัณโรค กระดูกหลังโกง
กระดูกผุ เป็นแผลเรื้อรังมีหนอง เศษกระดูกผุ กระดูกหัก ข้อเคลื่อน ข้ออักเสบ
- โปลิโอ (Poliomyelitis)
•
มีอาการกล้ามเนื้อลีบเล็ก
แต่ไม่มีผลกระทบต่อสติปัญญา
•
ยืนไม่ได้
หรืออาจปรับสภาพให้ยืนเดินได้ด้วยอุปกรณ์เสริม
- โรคกระดูกอ่อน (Osteogenesis Imperfeta)
- โรคศีรษะโต (Hydrocephalus)
- โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)
- แขนขาด้วนแต่กำเนิด (Limb Deficiency)
ลักษณะของเด็กบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
• มีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว
• ท่าเดินคล้ายกรรไกร
• เดินขากะเผลก หรืออึดอาดเชื่องช้า
• ไอเสียงแห้งบ่อย ๆ
• มักบ่นเจ็บหน้าอก บ่นปวดหลัง
• หน้าแดงง่าย มีสีเขียวจางบนแก้ม ริมฝีปากหรือปลายนิ้ว
• หกล้มบ่อย ๆ
• หิวและกระหายน้าอย่างเกินกว่าเหตุ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น